เรื่องแรกๆ ที่เราใช้พิจารณาซื้อโปรเจคเตอร์ คือ เรื่องความสว่าง แต่เวลาเราเข้าไปดูสเปกของแต่ละเครื่องก็มักจะงง เพราะใช้กันหลักๆ 2 หน่วย คือ lumens กับ ANSI lumens (ซึ่งมีค่าไม่เท่ากัน) และเห็นเครื่องราคาต่ำกว่ามีความสว่าง 3500-6000 lumens ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าเครื่องราคาสูงที่มีความสว่าง 1000-3000 ANSI lumens แล้วเครื่องไหนกันที่มีความสว่างมากกว่า?
ผมก็งงกับประเด็นนี้เหมือนกัน แต่จากการค้นหาข้อมูลมา ทำให้เข้าใจและอยากแชร์ เพื่อให้เข้าใจและเลือกโปรเจคเตอร์ได้ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น โดยไม่ได้ถูกตัวเลขทางการตลาดหลอกเราอีกต่อไป
อะไรคือการวัดค่าความสว่างของโปรเจคเตอร์
ในตลาดส่วนมากมีการวัดอยู่ 3 ค่า คือ ANSI lumens, Light Source lumens และ LED lumens ทั้งหมดเป็นการวัดค่าความสว่างของแสง แต่วัดคนละตำแหน่ง และมีตัวแปรไม่เหมือนกัน

ANSI lumens (สัญลักษณ์หน่วยที่ใช้ = ANSI lumens)
เป็นการวัดความสว่างของแสงที่กระทบจอหรือฉาก ต่อพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไว้ (เลขเอกสารมาตรฐาน คือ ANSI IT7.228-1997.) ANSI ย่อมาจาก American National Standards Institute ซึ่งเป็นสถาบันออกมาตรฐานกับวัดค่าความสว่างของโปรเจคเตอร์ เป็นหน่วยวัดที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโปรเจคเตอร์
Light Source lumens (สัญลักษณ์หน่วยที่ใช้ = lumens)
เป็นการวัดความสว่างของแหล่งกำเนิดแสงโดยตรง ยังไม่ผ่านกระบวนการสร้างภาพที่มักจะลดทอนความสว่างลง จึงทำให้ได้ค่าความสว่างที่วัดได้สูงที่สุด
LED lumens (สัญลักษณ์หน่วยที่ใช้ = ANSI lumens*)
เป็นการวัดความสว่างของแสงที่กระทบจอ หรือฉาก ของบางผู้ผลิตโดยเฉพาะที่ใช้หลอดกำเนิดแสงแบบ LED โดยจะมีการเพิ่มค่าความสว่างจากการคำนวณผลกระทบจาก Helmholtz–Kohlrausch (HK) effect คูณไปกับค่าความสว่าง ANSI lumens ที่วัดได้จริง
The Helmholtz-Kohlrausch (HK) effect
เป็นปรากฏการณ์ที่สังเกตได้จากแสงสีเป็นหลัก โดยที่ตามนุษย์มองเห็นสีที่มีความอิ่มตัวสูง (หรือ “บริสุทธิ์กว่า”) ว่าสว่างกว่าสีที่อิ่มตัวน้อยกว่าหรือแม้แต่แสงสีขาวที่มีความสว่างเท่ากัน ดังนั้นผู้ผลิตโปรเจคเตอร์บางราย ที่คิดว่าสามารถทำให้มีสีที่บริสุทธิ์กว่าจะสร้างภาพที่สว่างกว่าในความรู้สึกของผู้รับชม เพื่อความเข้าใจได้ง่ายขึ้นลองดูความสว่างของสีแต่ละช่องในด้านล่างนี้

คุณจะรู้สึกว่า สีแดง และสีม่วง ดูสว่างกว่าสีอื่นๆ ทั้งที่ทุกสีมีความสว่างจากจอคุณเท่ากัน บางผู้ผลิตที่ใช้ LED ซึ่งหลอด LED มักจะให้ค่าอิ่มแสงสูงกว่าหลอดไฟในอดีต จึงใช้ผลกระทบนี้ในการแจ้งเป็นค่าความสว่างที่เพิ่มขึ้น เพราะคิดว่าคนน่าจะมองเห็นออกมา สว่างกว่าความเป็นจริง โดยการคูณ 1.3-2.4 เท่าของค่า ANSI lumens ที่วัดได้จริง
แล้วหากจะเปรียบเทียบความสว่างของทั้ง 3 หน่วยในค่าความสว่าง 1000 lumens เดียวกันหละก็จะได้ประมาณรูปด้านล่างนี้

เรารู้อย่างนี้แล้ว คงพอเข้าใจเรื่องค่าความสว่างและอ่านสเปคที่ผู้ขายเขียนกันมากขึ้น หว้งว่าจะช่วยในการเลือกโปรเจคเตอร์ได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.benq.com/en-us/knowledge-center/knowledge/finding-your-way-through-the-various-measures-of-brightness.html
https://www.benq.com/en-us/knowledge-center/knowledge/ansi-light-source-and-led-lumens-how-led-projectors-with-3000-lumens-are-a-marketing-ploy.html


















