อ่านหนังสือมาก็หลายต่อหลายเล่ม โดยเฉพาะเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง
เคยอ่านเจอบนหนึ่ง ของหนังสือยอดฮิตที่คิดว่าเกือบทุกคนคงรู้จัก “7 อุปนิสัย ของคนมีประสิทธิผล”
บทแรกที่ว่าด้วยเรื่องการจิตนาการว่า ในงานศพของเรา เราอยากให้ใครพูดถึงเราในแง่ไหนบ้าง ซึ่งมันก็จะทำให้เรารู้ถึงเส้นทางชีวิตว่าต้องทำอะไร ยึดถึงอะไร เพื่อให้เกิดภาพตามนั้นบ้าง
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมป่วยเป็น “งูสวัด” ตอนแรกมีแต่อาการปวดแสบน้อนที่หน้าอก แต่ยังไม่มีผื่น ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
รู้แต่ว่ามันปวดจนนอนไม่หลับ และวูบนึงผมก็คิดถึงความตาย และวันงานศพจองตัวเอง ก็ยิ่งรู้สึกลนลาน เพราะรู้สึกว่ายังไม่พร้อมอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะรู้สึกเสียดายเวลาที่ทำเรื่องไร้สาระ ส่วนภารกิจบ้างอย่างที่สำคัญและน่าจะทำกลับยังไม่ได้ทำเลย ตอนนั้นก็ได้แต่ภาวนาให้ไม่เป็นอะไรมาก ถ้าหายจะทำยังไงให้มันรีบทำในสิ่งที่ควรทำให้หมด จะไม่ผลัดผ่อนอีก
แต่เชื่อไหมคนเรานี้มันก็แปลก เพิ่งผ่านไปอาทิตย์เดียวเอง มันก็พยายามกลับไปเลือกความสบายซะงั้น ช่างตรงกันสุภาษิตว่า “ไม่เห็นโรงศพ ไม่หลังน้ำตา” คือสุดท้ายพอร่างกายเราสบายดี เราก็กลับลืมมองสิ่งที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆไปซะ ง่ายๆอย่างนั้น เพียงเพื่อความสบายชั่วคราวตรงหน้าแค่นั้น…




















